2013/Jun/28

 
 
 
 

     วันนี้ก็เป็นอีกวัน ที่ต้องตื่นแหกขี้ตาตื่นแต่เช้า ตรากตรำโหนรถสองแถวเป็นลิง ยืนเบียดเสียดเสียตัวกันกันบนรถเมล์ ต้องทำตัวเป็นโปลิโอแทรกซึมอยู่ในอณูรถไฟฟ้า แถมด่านสุดท้ายต้องแว๊นซ์มอ’ไซด์วินที่ซิ่งไม่ดูเข่ากูเลย!

      งานที่ทำก็ชอบก็รัก แต่คนนี่สิไม่น่ารักเหมือนงานเลย ร้อยพ่อพันแม่จะเอาถูกใจเราก็คงไม่ใช่ ก็ได้แต่ทนๆมันไป ท่องเอาไว้ในใจ ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีแดก !

     บ่ายสามแล้ว ยุ่งกับงานมาเกือบทั้งวัน มองไปข้างนอกมองดูท้องฟ้าไกลๆ ลมพัดไหวต้นไม้พานึกถึงช่วงเวลาที่ได้เอาเท้าแช่ทะเล เอาหนังหน้าท้าแดดแรงๆ ถือขวดเบียร์ดูคลื่นทรายสายลมสงบๆ ดำดิ่งสู้ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น

     ย้อนไปหลังจากโบกมือลา เกาะหวาย แสนรัก ลงเรือน้อยล่องลอยลัลลาไปยัง อ่าวบางเบ้า ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเกาะหวายเพียง 40 นาที! ….นั่งดูเกาะนู้นเกาะนี้หรือจะดูฝรั่งหนุ่มเพลิดเพลินชื่นชมซิกแพ็คจนเวลาผ่านไปไวเหมือนวันหยุดก็มาถึงจุดหมายปลายทางอันสงบเงียบไร้ผู้คน มีแต่ เรือ เรือ เรือ จอดอยู่เต็มไปหมดชูชันเชิดลำหัวต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ตื่นตาชื่นชมบรรยากาศแรกสัมผัส ณ เกาะช้าง เกาะที่ซึ้งหมายมั่นปั้นมือว่าจะมาให้ได้เมื่อครั้งยังเยาว์วัย 55555

     ลงเรือเสร็จเดินตามลุงคนเรือไปเรื่อยๆ ผ่านเข้าหมู่บ้านที่ท่าเรือมีของขายมากมาย อาหารทะเลสดๆ หรือจะตากแห้งแพ็คถุง รวมถึงของฝากมากมาย แม่เหล็ก เสื้อ หอยโมบาย ยันเหล้าเบียร์เรียงรายและซิกกาแลต ทั้งยังมีที่พักอยู่ตามตรอกซอกซอยเต็มไปหมด แต่ไม่มีเวลาจะดูเลยอ่ะ! ….อิลุงเล่นเดินตามควายจนตุ๊ดตามไม่ทัน กระเป๋าก็ใช่จะเบาที่ไหน ผ่ามาถึงท้ายหมู่บ้านโดนต้อนไล่เข้าคอก เอ๊ย! ขึ้นสองแถวที่ทางเรือเตรียมไว้ด้วยใจดี๊ด้าส่งสายตาหวานให้ชาวต่างชาติอย่างเหนียมอาย เพราะเหลือฉันนี่ละประชาชนคนไทยคนเดียวบน รถ  พอไม่เมาแล้วสะปีคบ่ค่อยได้เด้อ 55555

     สองแถวเริ่มเคลื่อนตัวออกไปตามถนนหนทาง นั่งเพลินไม่นานนักก็เริ่มฮาร์ดคอขึ้นเรื่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ เลี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้โดยสารทั้งหลายชาติหลายภาษามองหน้ากันอย่างอุบอิบขำกลิ้งกันในใจ  ….กูจะรอดไหม?ๆ หรือจะตายหมู่กันที่ไทยแลนด์แดนสยาม อึ๋ย!

     ถึงจะนั่งทนกันมาพักนึงแล้วเส้นทางข้างหน้าก็ไม่ลดละที่จะทรมานกันเลย เมารถสักพักก็มาถึง อ่าวใบลาน  ส่งผู้สารลงจากเครื่องประหารหัวล้อไปสองคนเรียบร้อยก็ระทึกกันมาถึง หาดท่าน้ำ หรือ Lonely Beach เห็นที่พักและสิ่งก่อสร้างรอบๆที่นี่แล้วมันโดนใจ แต่ยัง! ยังก่อน! ยังอยากไปอีก ยังสู้ไหว! จนมาถึง หาดไก่แบ้ ไม่ไหวแล้ว ลงนี่แล้วกันเพราะหลังจากโค้งรูปตัว S โค้งนั้น ฉันก็พาลจะแพ้ท้องอย่างหนักกลัวลูกออกมาจะไม่มีพ่อ เลยขอบายพี่สองแถว ถึงแม้หลังจากนี้ถนนหนทางจะสะดวกสบายปั่นจักรยานเป็นลานนาไว้ใจได้ไม่กลัวทางลาดชัน!

     เดินมาดูหาด อืม เอิ่ม ….ดำจัง! น้ำทะเลดำๆ ไม่เหมือนที่เกาะหวายเลย เพราะมีดินจากเกาะมันนอก เกาะมันใน มันส์มากจนน้ำดำป๋วยปีแปกอรับประกัน แอบเคืองมาก โมโหสะบัดบ็อบเดินไปเรื่อยๆตามถนนกะเรียกสองแถวไปหาดอื่น หันมากี่ครั้งก็ไม่มี ไม่มี ไม่ก็ไม่จอด เห็นกูจนหร๊า? มีตังนะ อยากใช้ 55555 จนแล้วจนรอดน้อยใจสองแถวเลยเดินมาเรื่อยๆ ผ่าน บ้านช้างไทย วัดคลองพร้าว หาดคลองพร้าว หาดไข่มุก หาดๆๆๆๆๆ ผ่านทางเข้าน้ำตกคลองพูล จนเมื่อยก็ตัดสินใจโบกสองแถวดังเดิม 50 บาท ถึง หาดทรายขาว อย่างปลอดภัย!

 

พอเสริจพี่กู๋ดู นี่กูเดิน 8 ก.ม. เลยหรือ?     

 

 

     ถึง หาดทรายขาว ชายหาดกว้าง ใหญ่ ยาว ลมพัดโกรกคนมากมาย ร้านรวงมากมายก่ายกองรอให้เสียตัง ไอ้เราก็เดินมันเข้าไปชื่นชมบรรยากาศยามเย็นของหาดทรายแห่งนี้ น้ำก็ดูดีขึ้นมากกว่าหาดไก่แบ้ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะเป็นครอบครัวๆหรือก็ไม่ก็แฟนกันกิ๊กกันพามาโรแมนติกเดินจับมือตัวเหนี่ยว ณ หาดแห่งนี้ คนไทยมากมีฝรั่งมากมาย แต่มันไม่ใช่อ่ะ! มันไม่ใช่แนวของฉานนนนน!

     เดินไปเกือบสุดหาดเจองานแต่งฝรั่งจัดริมหาด เลยยืนถ่ายรูปแสดงความยินดีเรียบร้อยก็ออกมาเส้นถนนได้ยินเสียงมิวสิคเร้าใจดังมาจากลำโพงหลังกะบะ AD โฆษณาตัวเบิ่มเชิญชวนไปปาร์ตี้เย็นนี้ที่ Lonely Beach ….ไม่รอช้า ใจมันเรียดร้อง ไม่ได้การแล้ว ที่พักก็ยังไม่มี ข้าน้อยตัดสินใจโบกเหมาสองแถวร้อยบาท ผ่าเส้นทางนรกกลับไปที่นั้น ด่วนๆ!

     ในที่สุดก็รอดตายโค้กตัว S มาถึงหาดเป้าหมาย เดินดุ่มๆแบกกระเป๋าหนักๆหาที่พักตามซอย มีถูกมากมาย 200-700 บาท ตามสภาพตามราคา บางที่ ที่พักอยู่บน  ร้านเหล้าอยู่ล่าง อืมๆๆๆๆ เดี๋ยวจะนอนไม่หลับเอานะ! เดินๆไปเจอ Magic Garden Resort ตั้งตระง่าสะท้องแสงแว็บๆ สวยงาม ล่อแม่งเม่าตัวนี้บินเข้าสู่ก่อไฟ….นี่ละ ที่พักของฉัน!

     ควักเงิน 400 บาท เสียค่าซุกหัวนอน ได้พัดลง ห้องน้ำในตัว แถมมีเปลไว้นอนหน้ากระต็อบด้วย เก๋ไกอินดี้มาก เหมาะกับไลฟ์สไตล์ฝุดๆ รีบแก้ผ้าอาบน้ำชาร์ตมือถือแล้วออกไปแรดหาอะไรกินแถวนั้น จะเข้าไปร้านดูดีๆก็กลัวงบจะบานปลาย มาลงเอยไม่ใกล้ไม่ไกล ก๋วยเตี๋ยวเป็ด! รถเข็นข้างทาง พอซู๊ดเข้าไปเท่านั้นแหละ! โครตอร่อยเลยอ่ะ 40 บาทเอง! แถมที่นั่งสามารถมองดู Street View ได้ทั่ว อะไรมันจะฟินขนาดเน้!

     อิ่มข้าวแล้วซื้อขนมนมเบียร์ช้างมานั่งเปลฟังเพลงชิวๆอยู่หน้ากระต็อบ ส่งสายตาหวานให้หนุ่มฝรั่งที่เดินสวนกันบ่อยโครต เกือบจะชวนไปแฮงค์เอาท์ด้วยแล้วเชียว แต่หักห้ามใจไว้ก่อนกลัว หมาก ปริญ จะโกรธ คุคุคุคุ

     ผ่านไปสองขวด เริ่มกรึ่ม ได้เวลาออกหากิน เอ๊ย! ออกไปปาร์ตี้ เริ่มต้นที่ร้านที่พักเราเองนี่ละ เค้าตกแต่งสวยงามด้สนสีสันสะท้อนแสง โต๊ะเก้าอี้หวายออกแบบรับเอวรับตูดนั่งนอนรอห้าวสบาย ที่โต๊ะพูลมีหนุ่มๆวัยรุ่นเล่นกันอยู่ด้วย เล็งน้องคนนึงไว้หน้าคล้ายลีโอนาโด้ตอนวัยรุ่นเลย ให้ตรายเหอะๆๆๆๆๆ น่าร๊อวกอ่ะ! จะเอาๆๆๆๆๆ!

     มองนาฬิกาได้เวลาไปปาร์ตี้แล้ว เดินไปไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่ก็เจอเจ้าภาพงานคืนนี้ Siam Hut ตอนแรกแอบจะมาพักที่นี่ด้วยแต่เจอที่เมจิกซะก่อนเลยชวดไป  บรรยากาศงานตอนนี้ก็ไม่มีอะไรแค่คนกำลังจะเมาไม่มากไม่มาย ร้านตกแต่งด้วยสีสะท้อนแสงแว็บๆคล้ายๆเมจิก แต่จะดูอาร์ตๆ อินดี้ๆ กว่า มีเวทีดีเจ มีฟลอร์ไว้ให้แดนซ์ มีที่นั่งเป็นเพิ้งสวยงาม ว่าแล้วก็ควักตักซื้อ Vodka Redbull มากระดกให้ชุ่มคอสักถัง!

     การขายเหล้าเป็นถังนี่ดีนะ นอกจากจะไม่แตกเกิดเศษแก้วให้รอบาดแล้ว พวกขยะต่างๆก็ลดลงเพราะเอามาใส่ใหม่เติมใหม่ หรือไม่ก็เสียดายไม่อยากทิ้งเก็บกลับบ้านกันงี้ ทั้งการขนขยะก็มีน้ำหนักเบาสะดวกแกการขนย้ายเป็นอย่างมาก! นอกจากเราจะขี้เมาแล้วเรายังรักสิ่งแวดล้อมเนอะ คุคุคุคุ

     ผ่านไปสองถังไว้มากนึกว่าดื่มน้ำหวาน ตาเริ่มเยิ้ม ยิ่งมองการแสดงแล้วยิ่งมึน กล้ามมัดแทนๆนั้นช่างเย้ายวนควงกระบองไฟอยู่ริมหาด ….พอสิ้นโชว์ไม่เท่าไหร่ก็มีหมู่คนโยวๆเยๆ ออกมาเต้นแร้งเต้นกา พี่ดีเจสะแครซ์เพลงเร่งอารมณ์คนเมาให้เสียสติหลุดลอยออกมากลางฟลอร์  ไอ้เราก็ไปคนเดียวจะมาเกินหน้าเกินตาใครที่ไหนได้ก็เลยลงๆไปเต้นมั่ง ดิ้นๆไปหนุ่มน้อยลีโอก็มากะแฟนท่าทางจะเมาปุ่นกันมันส์เชียว ไม่นานก็ไปชวนหนุ่มฝรั่งแถวนั้นมาดื่มน้ำหวานถังด้วยกัน  หันไปเจอ อ่าว! ….มากับแฟนคนไทยหรอ? 55555 ว่าแล้วก็ดิ้นๆเมากันไปเรื่อยๆจนดึกดื่น!

     ผ่านไปหลายถังนับไม่ถ้วน รู้ชื่อรู้นามหนุ่มฝรั่ง ฮีเป็นเด็ก ม.ช. อินเตอร์ ชื่อ คาร์ก แต่เราเมาแล้วเรากลัวจะจำอะไรไม่ได้เลยเรียกใหม่ว่า ลาบ! แล้ว ส่วนแฟนที่ลากมาด้วยชื่อน้องเจน น่ารักกันเองมาก และตามมาอีกหนึ่งหนุ่มน้องของลาบนั้นเอง แต่จำไมได้แล้วชื่ออัลไล แต่ช่างมันเถอะเมาๆไป ก็เดินหนี้ออกมาไม่ไหวแล้วเกิดอาการว็อดก้าเป็นพิษ!

 

     แต่อย่านึกว่าฉันจะยอมแพ้นะ!


 

     ระหว่างทางเดินกลับได้ยินเสียงแดนซ์มาจากในหลืบซอยเลยเดินเข้าไปดู ว่าแล้วก็ซัดเบียร์ไปอีก เต้นไปอีก ไปนั่งคุยกับคนนู้นนี้ไปทั่ว มีน้องหมาปั๊กหน้ามุ้ยมาเล่นด้วย น่ารักมาก วิ่งซนท้าชนแข้งขาพวกขี้เมาในร้านที่เต้นกันอยู่! พอหอมปากหอมคอแล้วก็กลับไปนอนที่กระต็อบนิเวศอย่างสบายใจฟินในฝันกับเกาะช้างวันแรก คร๊อกๆ Z z Z z

     ตื่นมาเที่ยงวัน แอร๊ยยยยย เช็คอินคงไม่ทันละ! ไหนๆก็ไหนๆละ! อยู่มันต่อไปอีกคืนละกัน ! (ตั้งใจอยู่มากกว่า) ว่าแล้วก็ออกมากินเตี๋ยวเป็ดเจ้าเดิมให้ส่าง แล้วก็เดินเล่นไปเรื่อยๆเจอน้องเจนเข้าที่เพิ้งขายทัวร์ เม้าท์กันไปกันมาก็ได้ความว่าทะเลาะกะเฮียลาบ ปีนลงจากกระต็อบกันมีปากเสียงกันเพราะเมา ….เพราะกรูชิมิเนี่ย! 55555

     สงสัยจะเม้าส์กันนานไปหน่อย พี่หวาน พี่ที่ขายทัวร์ ดูแลร้านเน็ต ร้านสปาปลาที่นั้น เลยชวนไปสั่งส้มตำมานั่งจกกินกันอย่างเมามันส์ น้องเจนถามว่าเมื่อคืนได้กินว็อดก้าฟรีไหม? ไอ้เราก็ ห๊ะ? มีฟรีด้วยหร๊า? ใช่เลย มีแน่นอนเค้าตีระฆังแจกให้คนละช็อตฟรีทุก ชม.!!!!! กูพลาดละ!

     อิ่มเรียบร้อยก็พาน้องเจนไปเก็บของแล้วกลับมาพักด้วยกัน ตอนแรกก็กลัวๆน้องเค้าจะวางยาหรือจะปล้นเราหรือป่าววะ? แต่พอดูสภาพตัวเองแล้วก็ไม่มีอะไรมีค่า แถมน้องก็น่าสงสารขนาดนั้นก็เลยพากันมานอนด้วยอย่างสบายใจ …..เวลาไปเที่ยวไหนไม่ว่าจะคนเดียวหรือหมู่คณะก็ต้องมีการระแวดระวังตัวกันบ้าง เพราะในที่ๆเราไปหรือที่ๆเราเที่ยวนั้น เราไม่รู้เลยว่าสังคมและผู้คนที่นั่นจะเป็นยังไง อย่างน้อยเราได้ระวังไว้มันก็ไม่เสียหายดีกว่าเกิดเรื่องแล้วมาทุกข์ใจกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ เที่ยวให้สนุก เที่ยงอย่างมีสติ! (และมีสตางค์ด้วยนะ 55)

     บ่ายสามไม่รู้จะทำอะไรกันไพ่ก็ไม่มีขาก็ไม่พอ น้องเจนเลยลากไปชายหาดอาบแดดแรงๆให้ดำกันเข้าไป และยิ่งฟินกันเข้าไปใหญ่ฝร่งฝรั่งน่าฮักกันมากมายโชว์พุงโชว์ซิกแพ็คเดินละลานตาอยู่เต็มหาด ช่างเป็นวิวที่งดงามอะไรเช่นนี้ 55555 …..ว่าแล้วก็หาที่ปักหลักลงฐานดื่มน้ำเมากันต่อกันตอนนั้นเลย พอเดินขึ้นไปในร้านไม่ทันไร อิน้องหมา 3 ตัวก็เห่าไล่ฉัน แอร๊ยยยย น่ากลัวมากกกกก! ขายหน้ากลางประชาชีหลายเชื้อชาติ เหมือนโดนประจานหน้า UN เลยทีเดียว

     ไปๆมาๆ พนักงานในร้าน ก็มาลากน้องหมาไปไกลๆ ก็เลยได้มานั่งริมทะเลดื่มเบียร์ช้างเมาช้าง ดูพระอาทิตย์ตกดิน ช่างสวยงามจับใจเหลือเกิน ตอนที่พระอาทิตย์ตกลงไปในทะเลทีละนิดๆ สีสันของท้องฟ้าไล่เฉดกันไปเรื่อยๆจากทอง ล้ม ม่วง จนมืด อยากมีชีวิตที่ได้ดูพระอาทิตย์แบบนี้ทุกวันจัง บางทีก็แอบอิจฉาคนที่ทำงานอยู่ใกล้ๆกับธรรมชาติ มันคงจะดีไม่น้อย ที่เรื่องวุ่นๆทั้งหมดในหนึ่งวันนั้นมันจมลงไปพร้อมกับดวงตะวันลับฟ้า ….หันหลังไปก็ อ้าว! เจอกับพี่ที่ทำงานที่เราพักอยู่ เลยทักทายกับขำๆ พร้อมนัดกันกลายๆว่าคืนนี้จัดไปกี่ขวดดี อิอิอิอิ

     กลับมาอาบน้ำเตรียมตัวไปแรดต่อ ดื่มเบียร์ดกๆ สักพักมีลุงคนนึงมาคุยด้วย ตกใจหมดนึกว่าใคร ที่ไหนได้เป็นเจ้าที่รักษาความปลอดภัยที่พัก ว่าแล้วก็น่ากลัวเลยจะรีบออกไปเมา น้องเจนไม่ไหวไม่สบายเลยขอนอนอยู่นี่ ไอ้เราก็กลัวลุงมาทำอะไรน้องเลยจัดแจงขังน้องมันไว้ในกระต็อบไปเลย 55555

     ออกมาดื่มรอพี่แจ๊ค พี่ที่ทำงานอยู่ที่พักที่เจอกันเมื่อพระอาทิตย์ตก แกกำลังม่วนอยู่กับลูกค้าอีกไม่กี่คนหน้าบาร์ ไอ้เราก็สตาร์ทเมารอไปแล้วหลายขวด เสร็จสรรพปิดร้านก็พากันไปใกล้ๆ ร้านมืดๆทึมๆ ชื่อร้าน Q แห่งนี้ พี่แจ็คบอกว่า ดีเจ ที่เก่งๆบนเกาะหรือระแวกๆประเทศไทยจะมาผลัดกันเปิดแผ่นให้ดิ้นกันฟรีๆที่นี่ ถึงแม้จะคนน้อยนิดนึง แต่เราไม่ยั้น เพื่อนพี่แจ็คส่งเนื้อมาเราก็จิ๊บๆไปพอดีๆคำ ไม่ฟืดฟ๊าด นั่งคุยกันขำกันจนสักพักก็แห่กันไปอีกร้าน แต่ร้านนี้คุ้นตาจัง แอ๊ะ! นี่มันร้านที่มาเมื่อคืนนี่น่า ชื่อร้าน Mail คนมากมายเหมือนเมื่อคืนเลย เพลงก็มันส์ พวกเราก็เข้าไปดิ้นกันไปข้างจนดึก

 

 

     กลับมากระต็อบนั่งดื่มกับพี่แจ็คพูดคุยกันสอบถามสัมภาษณ์แกนู้นนี่เกี่ยวกับเกาะช้างนี้ ได้ความคราวๆว่า แต่ก่อนแกก็มาทำงานชงเหล้าเสิร์ฟเบียร์จนมีเงินมีทองเปิดร้านแต่ก็ไม่ค่อยจะรอดเพราะฝรั่งที่มาเที่ยวบางคนก็ไม่ได้มีตังอะไรมากมาย เราถึงได้เห็นว่ามีการจัดงานปาร์ตี้นู้นนี่นั้น ที่นั้น ที่นี่ เรียกลูกค้า บางร้านก็แจกเบียร์ฟรีเหล้าฟรี และเกาะช้างเองก็ไม่มีการเก็บค่าอุธยานจากชาวต่างชาติเหมือนที่อื่นๆ เรียกได้ว่าเรียกลูกค้ากันสุดๆ จะว่าไปไม่กี่ปีมานี้หลายๆประเทศรอบบ้านเราก็เริ่มทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยว บางที่สดใหม่กว่า บางที่ค่าครองชีพถูกกว่า เราเองควรจะหันมาปรับปรุงเรื่องการท่องเที่ยว โดยเฉพาะพวกยกขวานฟันราคาใส่หัวนักท่องเที่ยวนี่แหละตัวดี! ฝรั่งเค้าไม่ได้โง่แล้วนะเธอว์ เลิกเหอะ!

     จนเช้าแล้วพี่แจ็คขอตัวไปนอนพักผ่อนชาร์ตแบตทำงานในวันพรุ่งนี้ แยกย้ายกันไปนอน สักัพกน้องเจนก็มาเขย่าตัวบอกลาบ๊าบบายหอบกระเป๋าขึ้นรถทัวร์กลับบ้าน ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้างป่านี้คืนดีกับลาบหรือยังนะ?

     ตื่นมาอีกทีใกล้เที่ยง อยากนอนต่อ อยากอยู่ต่อจุงเบย แต่งบมันไม่ได้ละ! ว่าแล้วก็เก็บข้าวของเช็คเอาท์ แบกกระเป๋าไปนั่งเล่นกับพี่หวาน พี่แกก็ใจดี๊ใจดีเป็นธุระฝากข้าน้อยติดรถตู้ไปลงที่ ท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง ระหว่างทางก็เจอเส้นทางสุดหฤโหดอีกรอบ ไม่ว่าจะไปท่าเรือที่ไหนก็จะต้องผ่านการโค้งชันหมดเลยชิมิ?

     เวลาแห่งความสุดช่างหมดไปไว  20 นาที ที่อยู่บนเรือเฟอร์รี่นั้นพยายามมองดูฟ้ามองดูทะเลเก็บความทรงจำอันสวยงามนี้ไว้ให้มากเท่าที่จำได้ แสงระยิบระยับสะท้อนจากห้วงทะเล เสียงคลื่นเสียงสายลมผสมกลมกล่อมเป็นบทเพลง เจ้านกตัวน้อยบินผ่านโบกปีกรำลา อยากจะโอบกอดทั้งหมดนี้ไว้ให้นานๆจังเลย

     ….รู้ตัวอีกทีนี่ก็เย็นแล้ว ได้เวลาเลิกงาน เก็บของกลับบ้านผจญภัยในเมืองหลวงอันสุดแสนจะวุ่นวาย รถรามากมายพร้อมใจกันจอดนิ่งอยู่กลางถนน ผู้คนต่างเร่งรีบไม่มีใครสนใจใคร นี่ละนะ! ชีวิตคนเมือง ต้องตรากตรำก้มหน้าสู้กันต่อไป แม้ใจจะไม่อยู่ด้วยแล้วก็ตาม

 

คิดถึงนะ! เกาะช้างของฉัน

 

edit @ 28 Jun 2013 23:27:17 by คุณก็อตจิ