เป็นเวลานานกว่าสี่สิบเจ็ดนาทีที่เสื้อผ้าทั้งหลายได้เล่นเฮอริเคนจนบิดม้วนอ๊กม้วนใจ๋ กูก็อาสาพาพวกมันมาเรียงคิวคลี่คลายสลัดสะบัดแล้วเสียบไม้แขวนเสื้อให้เสียความบริสุทธิ์หลังเกิดใหม่ทันที
โอ๊ย ! .... เสียงนั้นไม่ใช่ของน้องๆเสื้อผ้าแต่เป็นเสียงกูเอง เสือกเดินลากเอานิ้วก้อยตีนไปเตะประตู ทำตัวเองแท้ๆ
หลังจากน้องเสื้อผ้าทั้งหลายโดนเสียบคาไม้แขวนเป็นที่เรียบร้อยกูก็จัดแจงพาพวกมันไปตากแดดฝึกภาคสนามเพื่อความเข้มแข็งทั้งกายและใจที่ราวเหล็กสุดคงทน และผลการฝึกสรุปออกมาได้ดังนี้
ชีวิตเสื้อผ้าชั่งน่าเศร้าที่วันๆได้แต่เอาชีวิตไปแขวนไว้กับคนอื่น หลงระเริงระลิ่วไปกับสายลม แต่เมื่อลมพัดแรงเข้า เสื้อก็ตกลงสู่พื้น (กูต้องมานั่งเก็บนั่งตากหลายรอบทีเดียว) ....
ราวแขวนนั้นดูสง่าเป็นที่หมายปอง แต่มันหยิ่งผยองเมินไม่มองแม้ใครมาเกี่ยวรั้งด้วยความรัก แล้วมันจะมีค่าอะไรในเมื่อมันไม่เคยเห็นคุณค่าของคนอื่นเลย (กูไม่เอาเสื้อไปแขวนมันก็เหมือนราวเหล็กเน่าๆแหละวะ! ชิ!) ....
ส่วนไม้แขวนเสื้อ นอกจากมันจะรับภาระของเสื้อผ้าที่เปียกปอนแล้ว มันยังสามารถเกี่ยวรังราวแขวนไว้ได้อย่างทรหดอดทน ถึงกระนั้นสิ่งที่มันทุ่มเทก็ไร้ความหมาย เพราะไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่มันพยายามเลย (เหนื่อย)....
ตลกดีที่ตากผ้าอยู่ดีๆก็นึกถึงคนที่กูรัก กูไม่รู้ว่าจะใช้ไม้แขวนเสื้อไปอีกนานแค่ไหน แม้วันนี้ทั้งเสื้อผ้าและราวแขวนจะไม่เข้าใจกู แต่กูหวังว่าสักวันจะมีไม้หนีบมาทำให้เรื่องราวการตากผ้านี้ไม่เศร้าอย่างที่เป็น ....
ปล.กูยังไม่มีไม้หนีบ กรุณามามอบให้ด้วย !
edit @ 18 Apr 2008 13:30:51 by คุณก็อตจิ